| เว็บเมล์ | เข้าสู่ระบบ|

 

 

ทำไม? ต้องรักษ์ป่า

"...ข้าพเจ้า ขอชี้แจงว่า เพราะเหตุใดเราจึงควรรักษาป่า ไม่ใช่เป็นเพียงที่อยู่อาศัยของสัตว์เท่านั้้น แต่เหตุผลที่สำคัญที่สุด คือ แหล่งน้ำ และพวกเราควรจะรู้คุณ ของแผ่นดิน เราเรียกแผ่นดิน นี้ว่าเป็น แผ่นดินแมเพราะแผ่นดินนี้เป็นที่เกิดและเลี้ยงดูคนไทยมากกว่า 700 ปี สมควรที่เราทั้งหลายจะต้องช่วยกันบำรุงรักษา แผ่นดินให้ คงความอุดมสมบูรณ์ไว้ ถ้าเรามัวแต่ตักตวงเอา ผลประโยชน์จากผืนดิน เช่น เอาแต่ตัดต้นไม้ขาย จนป่าสูญสิ้นไป ใช้ยาฆ่าวัชพืชจนดินเสียหมด หรือ ทิ้งของเสีย ทิ้ง สิ่งปฏิกูลลงในแม่น้ำลำคลอง โดยไม่ห่วงแผ่นดินเลย สักวันหนึ่ง แผ่นดินแม่คงหายจากเราไป โดยไม่มีวันหวนกลับคืนมา คงเหลือไว้ซึ่งแผ่นดิน ที่แห้งแล้งสิ้น สภาพ ทุกประการจากการเป็นดินที่จะเพาะปลูกได้ คงจะมีแต่ฝุ่นฟุ้งตลบไปหมด เสมือนแผ่นดินที่ไร้วิญญาณ ไร้ความหมายใดๆ ต่อชีวิตบนผืนโลก..."

                                                                พระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

                                                           พระราชทานเมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ แก่พสกนิกรทุกหมู่เหล่า
                                                                             ซึ่งมาเฝ้าฯ ถวายพระพรชัย ณ ศาลาดุสิดาลัย

 

       ประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตโซนร้อนเหนือเส้นศูนย์สูตรเล็กน้อยและอยู่ติดทะเล จึงมีสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสมต่อการอยู่รอด การเจริญเติบโต และการแพร่ พันธุ์ ของสิ่งมีชีวิตหลายชนิดตลอดปี อีกทั้งสภาพภูมิประเทศในภาคต่างๆ ของไทยมีความแตกต่างกันเช่น ภาคเหนือเป็นเขาสูง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นที่ราบสูง ภาคกลาง เป็นที่ราบลุ่ม ส่วนภาคใต้เป็นเขาสูงสลับกับที่ราบ และมีลมมรสุมพัดผ่านตลอดปีสภาพความหลากหลายของภูมิประเทศและดินฟ้าอากาศดังกล่าว ได้้เอื้อ อำนวยให้ เกิดความหลากหลายของป่าธรรมชาติไม่ต่ำกว่า 12 ประเภท ตัวอย่างเช่น ป่าดิบเขา ป่าสนเขา ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง ป่าดิบชื้น ป่าพรุ ป่าชายเลน เป็นต้น ซึ่งป่าแต่ละประเภทก็จะมีลักษณะเฉพาะตัว และมีพันธุ์พืชและสัตว์แตกต่างกันไปบ้างไม่มากก็น้อยด้วย

ดังนั้นเราจึงควรให้ความสำคัญกับพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ต่างๆ ทุกชนิด ซึ่งมนุษย์ส่วนใหญ่ จะมองความ สำคัญ ในแง่ที่ให้ประโยชน์โดยตรงและเห็นได้ชัดเป็นหลัก แต่ไม่ได้มองให้ลึกไปถึงความ สำคัญของสิ่งมี ชีวิต นั้นๆ ในระบบ และประโยชน์ทางอ้อมที่มนุษย์จะได้รับ ตัวอย่างเช่น ในสวนผลไม้ที่มีฟาร์มเลี้ยงผึ้ง หลายแห่งในประเทศไทย เจ้าของสวนมักจะยิงนกทุกชนิดที่เข้ามาในบริเวณเลี้ยงผึ้ง เพราะคิดแต่เพียงว่า นกเป็นศัตรูของผึ้งและทำให้เจ้า ของสวนเสียหาย ควรที่จะกำจัดนกให้หมดไป แต่จากการศึกษา ภายหลัง พบว่ามีนกน้อยชนิดมากที่กินผึ้ง และในพวกที่กินผึ้งก็กินในสัดส่วน ที่น้อยมากเมื่อเทียบกับที่กินแมลงชนิด อื่นที่เป็นตัวทำลายพืช ผัก และผลไม้ที่ปลูก ในสวน และยังกินแมลงที่เป็นศัตรูของผึ้งอีกด้วย ตัวอย่างนี้ จึงชี้ให้เห็นได้ชัดถึงประโยชน์ของสิ่งมีชีวิตบางชนิด ที่มนุษย์เรามองไม่เห็นเพราะไม่ทราบถึงความสำคัญ ของมัน ประโยชน์ของความหลากหลายของ พันธุ์พืชและสัตว์ในป่าธรรมชาติยังมีอีกมากมายหลายประการ เช่น มีพืชสมุนไพรหลายชนิดที่มนุษย์นำมาใช้เป็นยารักษาโรค ที่ทราบและนำมาใช้แล้ว ก็มีอยู่มาก มาย หลายชนิด แต่ที่ยังไม่ทราบก็ยังคงมีอยู่อีกมาก

มนุษย์อาจนำสมุนไพรเหล่านี้มาใช้โดยตรงหรือนำมาเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาหรือทำการสังเคราะห์ตัวยา ที่จะเป็นประโยชน์ต่อไปได้ ประโยชน์ของความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตที่สำคัญมากอีกประการหนึ่งต่อ มนุษย์คือ จากอดีตจนถึงปัจจุบันมนุษย์ได้รู้จักการนำเอาพืชพันธุ์ธรรมชาติในป่ามาช่วยในการปรับปรุง พันธุ์พืชเศรษฐกิจหลายชนิด เช่น ข้าวเจ้า ข้าวสาลี ข้าวโพด มะเขือเทศ และผลไม้ต่างๆ ที่เป็นอาหาร หลัก ของมนุษย์ ล้วนได้ถูกปรับปรุงพันธุ์โดยอาศัยประโยชน์จากพันธุ์ป่าทั้งสิ้น

ปัญหาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ คือ พื้นที่ป่าธรรมชาติทุกประเภทกำลังถูกทำลายและลด จำนวนลงอย่างรวดเร็วมาก พื้นที่ป่าธรรมชาติที่เคยอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์พืชและสัตว์และเป็นผืนใหญ่ คือมีพื้นที่รวมถึงประมาณ 70% ของพื้นที่ประเทศ ปัจจุบันกลายสภาพเป็นป่าขนาดเล็กกระจัดกระจาย อยู่ทั่วประเทศ เปรียบเสมือนสภาพของหมู่เกาะกลางทะเล คือ ถูกขวางกั้นด้วยพื้นที่เมือง ถนน และพื้นที่ การเกษตร

สาเหตุที่สิ่งมีชีวิตชั้นสูงสูญพันธุ์ได้ง่ายกว่าสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นเนื่องจากว่า โดยปกติจำนวนประชากรใน ธรรมชาติของพวกนี้จะมีจำนวนน้อยกว่าพวกอื่นอยู่แล้ว เช่น ในป่าธรรมชาติ เราจะพบว่ามีพวกเสือ และเหยี่ยวจำนวนน้อยกว่าพวกสัตว์และพืชอื่นๆ มากมาย เพราะเป็นผู้ที่บริโภคสิ่งอื่นเป็นอาหาร และเป็นผู้ บริโภคลำดับสุดท้าย ซึ่งเมื่อป่ามีขนาดเล็กลง จำนวนประชากร ก็จะลดน้อยลงไปอีกตามขนาดของพื้นที่ สิ่งที่ตามมาก็คือจะทำให้เกิดการผสมพันธุ์กันเองในกลุ่มเล็กๆ (inbreeding)

   
 

ซึ่งผลของการผสมพันธุ์กันเองจะทำให้ความหลากหลายทางพันธุกรรมของประชากรลดลงเรื่อยๆ จนสุดท้ายสมาชิกใน ประชากรจะมีหน่วยทางพันธุกรรมที่ควบคุมลักษณะต่างๆ คล้ายคลึงกันมากขึ้นทุกที และเมื่อมีโรคภัยที่ร่างกายไม่สามารถ ต้านทานได้เกิดขึ้น สมาชิกทุกตัวก็จะอ่อนแอต่อโรคภัยนั้นเหมือนกันหมดจึงทำให้สูญพันธุ์ง่าย

ปัจจุบันป่าอนุรักษ์ของไทย ซึ่งได้แก่ อุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าส่วนใหญ่มีขนาดเล็กกว่า 1,000 ตร.กม. ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดก็ยังมีพื้นที่เล็กเมื่อเทียบกับป่าอนุรักษ์ที่มีชื่อเสียงของโลก แก่งกระจานเป็นอุทยานแห่งชาติที่ใหญ่ที่สุด มีพื้นที่เพียง 2,478 ตารางกิโลเมตร ส่วนอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ซึ่งเป็นแหล่งที่ต้องการอนุรักษ์เลียงผา ซึ่งเป็น สัตว์ป่าสงวน 1 ใน 9 ชนิด(ปัจจุบันมี 15 ชนิด) ก็มีพื้นที่เพียง 98 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น

ป่าธรรมชาติที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สุดที่เรามีเหลืออยู่ในปัจจุบันคือ ทุ่งใหญ่นเรศวรรวมกับห้วยขาแข้ง ซึ่งเป็นป่าผืนเดียวกัน ีมีพื้นที่รวมกันประมาณ 5,000 ตารางกิโลเมตร และถ้ารวมกับป่าในส่วนที่ติดต่อกับประเทศพม่าแล้วก็จัดได้ว่าเป็นป่าผืนใหญ่ แห่งหนึ่งในภูมิภาคนี้ที่เราควรป้องกันรักษาไว้

     
 

และสิ่งที่สำคัญคือไม่ควร เข้าไปดำเนินการใดๆ ทั้งสิ้นที่จะขวางกั้นการแพร่กระจายและการเคลื่อนที่ของพืชและสัตว์ เช่น การตัดถนนผ่าน การสร้างอ่าง เก็บน้ำ ขนาดใหญ่และมีรูปร่างยาว หรือการสร้างเขื่อน เป็นต้น อนึ่งบริเวณนี้เป็นจุดที่มา บรรจบกันของพันธุ์พืชและสัตว์จากทางเหนือและทางใต้ จึงเป็นบริเวณหนึ่งที่มี ความหลากหลายสูงมาก คาดว่าเป็นแหล่งที่ ี่รวบรวมความหลากหลายไว้สูงถึงประมาณ 40% ของความหลากหลายที่มีในประเทศไทย

จากเหตุผลดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น สรุปได้ว่า ถ้าเราจะอนุรักษ์ และปรับปรุงป่าธรรมชาติที่เหลือยู่ ทั้งที่ยังดีอยู่และกำลัง เสื่อมโทรมทุกแห่งอย่างเหมาะสม รวมทั้งการหาวิธีการที่ทำให้ป่าอนุรักษ์ที่มีอยู่กระจัดกระจายทั่วประเทศ มีเส้นทางที่ เชื่อมโยงถึงกันได้ เพื่อให้การแพร่กระจายของพันธุ์พืชและสัตว์ขยายตัวเพิ่มขึ้นตามลำดับ ถึงแม้จะเป็นเรื่องที่ยากก็ตาม

แต่ทุกอย่างที่กล่าวมานี้ จะเป็นไปไม่ได้ หากเราไม่ช่วยกัน และนี่คือเหตุผลว่า ทำไมเราต้องรักษ์ป่า

 

 
 
|เลือกเมนู | รู้จักเรา | รักษ์ป่า | รักษ์น้ำ | รักบ้านเกิด | เว็บไซต์แนะนำ | มูลนิธิสืบ นาคะเสถียร |เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง